สัมผัสเสน่ห์โทชิงิ 3 วัน ฟินกับหิมะใกล้โตเกียว เที่ยวมรดกโลก เก็บสตรอว์เบอร์รี่ แช่ออนเซ็น ครบทุกไฮไลท์ฤดูหนาวในทริปเดียว
ทริป 3 วันนี้เราจะได้สัมผัสเสน่ห์ครบทุกด้านของโทชิงิ ตั้งแต่กิจกรรมเดินลุยหิมะสุดสนุก ชมวิวทะเลสาบและน้ำตกฤดูหนาว เที่ยวชมมรดกโลก ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น เก็บสตรอว์เบอร์รี่ เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้ ออนเซ็นผ่อนคลาย สนุกกับการช็อปปิ้ง และปิดท้ายด้วยงานไฟประดับที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เป็นประสบการณ์ที่เต็มอิ่มครบทุกไฮไลท์ฤดูหนาวในทริปเดียว
By ทีมบรรณาธิการ AAJDay 1 : สนุกกับกิจกรรมเดินลุยหิมะหรือสโนว์ชู (Snowshoeing) ท่ามกลางธรรมชาติ คาเฟ่วิวทะเลสาบและภูเขา แล้วพักผ่อนที่โรงแรมประวัติศาสตร์ในนิกโก้
เดินทางจากสถานีโทบุอาซากุสะ (Tobu Asakusa Sation) ไปสถานีโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko Station ) ด้วยรถไฟ SPACIA X
เริ่มต้นทริปด้วยการขึ้นรถไฟ SPACIA X จากสถานีโทบุอาซากุสะมุ่งหน้าสู่สถานีโทบุนิกโก้ เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติที่เปลี่ยนจากเมืองสู่ทุ่งนาและป่าภูเขาในบรรยากาศฤดูหนาวที่เงียบสงบ หลังจากถึงสถานีก็ออกเดินทางต่อด้วยรถเช่าไปยังจุดหมายถัดไป
การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟ SPACIA X จากสถานีอาซากุสะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
ลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อของนิกโก้ที่ร้านนิกโก้ ยูบามากิ เซน (Nikko Yubamaki ZEN)
แวะเติมพลังมื้อกลางวันที่ร้านนิกโก้ ยูบามากิ เซนซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดและศาลเจ้าดังของนิกโก้ เมนูหลักคือ ฟองเต้าหู้ม้วน (Yubamaki) หนานุ่ม ทำจากฟองเต้าหู้สด รสชาติกลมกล่อมซึ่งเป็นเมนูสุขภาพดีและขึ้นชื่อของนิกโก้ พร้อมวากิวโทชิงิคุณภาพเยี่ยม เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงและอาหารจานเล็กที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีของหวานที่ทำจากฟองเต้าหู้ เติมความหวานละมุน ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเดินทาง : เดินจากสถานี Tobu Nikko ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
สนุกกับกิจกรรมเดินลุยหิมะ (Snowshoeing) ที่จัดโดยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาตินิกโก้ (Nikko Nature Museum)
ในช่วงบ่าย ร่วมกิจกรรมเดินลุยหิมะที่บริเวณนิกโก้-ยูโมโตะ ออนเซ็น (Nikko Yumoto Onsen) ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติอันงดงามและเต็มไปด้วยหิมะนุ่ม เป็นกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมได้ไม่จำเป็นต้องเคยเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดมาก่อนโดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการเดิน เมื่อเปลี่ยนชุดและสวมรองเท้าสำหรับเดินลุยหิมะโดยเฉพาะแล้ว เราก็สามารถสนุกกับการเดินลุยหิมะนุ่มได้ เป็นกิจกรรมฤดูหนาวให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติฤดูหนาวพร้อมรับความสดชื่นจากอากาศบริสุทธิ์และทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
การเดินทาง : การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาตินิกโก้ สามารถขึ้นรถบัสโทบุ (Tobu Bus) จากสถานี Tobu Nikko ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
แวะจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่คาเฟ่เซ็นรีสอร์ทนิกโก้ (ZEN RESORT NIKKO) คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น
หลังจากสนุกกับหิมะแล้ว แวะพักผ่อนที่คาเฟ่เซ็นรีสอร์ทนิกโก้คาเฟ่ที่มีบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับการจิบเครื่องดื่มร้อนๆคลายความหนาว คาเฟ่มีความกว้างขวางโล่งสบายไม่ว่าจะนั่งมุมไหนของร้านก็สามารถชมวิวทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดโทชิงิและมีระดับความสูงที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมวิวภูเขานันไต (Mt. Nantai) ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
การเดินทาง : ขึ้นรถบัส Tobu จากสถานี Tobu Nikko หรือสถานี JR Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แล้วลงที่ป้าย Chuzenji Onsen จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที
เข้าพักที่โรงแรมชูเซนจิ คานายะ โฮเต็ล (Chuzenji Kanaya Hotel) ที่พักริมทะเลสาบชูเซ็นจิ
โรงแรมชูเซนจิ คานายะ โฮเต็ล โรงแรมสไตล์บ้านไม้กลางป่าริมทะเลสาบชูเซ็นจิที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในเครือคานายะโฮเต็ล (Kanaya Hotel) กลุ่มโรงแรมดั้งเดิมและมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของโรงแรมนี้คืออาหารฝรั่งเศสรสเลิศ สามารถแช่ออนเซ็นกลางแจ้งเพื่ออบอุ่นร่างกายและจิตใจ หรือเลือกนั่งพักอ่านหนังสือที่ห้องโถงกว้างขวางซึ่งในช่วงฤดูหนาวจะมีการจุดไฟในเตาผิงสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายให้ผู้เข้าพัก
การเดินทาง : ขับรถประมาณ 30 นาทีจากสถานี JR Nikko หรือสถานี Tobu Nikko
หรือขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรีจากสถานี Tobu Nikko หรือขึ้นรถบัส Tobu จากสถานี Tobu Nikko Station หรือสถานี JR Nikko Station ลงที่ป้าย Chuzenji Kanaya Hotel Mae (ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 70 นาที)
Day 2 : ชมน้ำตกฤดูหนาว เดินเล่นศาลเจ้าและวัดมรดกโลก เพลิดเพลินกับการเก็บสตรอว์เบอร์รี่และสวนดอกไม้ แล้วอบอุ่นร่างกายและใจด้วยออนเซ็นสุดพิเศษ
น้ำตกน้ำตกเคะกง (Kegon Falls) ความงามฤดูหนาวของนิกโก้
เริ่มต้นวันด้วยน้ำตกเคะกงหนึ่งในน้ำตกที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่นในนิกโก้ ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ของฤดูหนาว ละอองน้ำที่มาพร้อมกับไอเย็นและหิมะรอบๆ ให้บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก แม้ว่าน้ำตกจะไม่ได้แข็งตัวจนหมด แต่เสาหินน้ำแข็งขนาดยักษ์และทิวทัศน์หิมะรอบๆก็สร้างความตื่นตา ด้วยความสูงของน้ำตกถึง 97 เมตรภาพน้ำตกตรงหน้าจึงเปรียบเสมือนภาพศิลปะจากธรรมชาติที่อลังการ สำหรับผู้ที่อยากชมระยะใกล้ สามารถใช้ลิฟต์ไปยังจุดชมวิวเพื่อเก็บภาพความงามนี้ได้อย่างเต็มตา
การเดินทาง : ขึ้นรถบัส Tobu จากสถานี Tobu Nikko Station หรือสถานี JR Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แล้วลงที่ป้าย Chuzenji Onsen จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที (ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 45 นาที)
สำรวจ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
เดินชมสะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
สะพานชินเคียวหนึ่งในสะพานที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสู่ศาลเจ้าและวัดสำคัญของเมืองนิกโก้ โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้สีแดงชาดที่ตัดกับธรรมชาติรอบด้านและความโค้งที่ทอดข้ามแม่น้ำกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองนิกโก้
แม้จะเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แต่ในช่วงเช้าตรู่และฤดูหนาวบรรยากาศมักเงียบสงบเป็นพิเศษ เหมาะแก่การเดินชมวิวและถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วเพื่อเดินข้ามสะพานและสัมผัสความงดงามอย่างใกล้ชิดได้
การเดินทาง : เดินจากสถานี JR Nikko หรือสถานี Tobu Nikko ประมาณ 20 นาที
วัดนิกโก้ซังรินโนะจิ (Nikko-zan Rinno-ji Temple)
วัดเก่าแก่คู่เมืองนิกโก้เดินเพียงประมาณ 10 นาทีจากสะพานชินเคียว เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและมีความเงียบสงบให้เราสัมผัสวัดญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด ภายในวิหารหลักมีรูปปั้น ได้แก่ พระอมิตาภะ (Amida Nyorai) พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร (Senju Kannon) และพระโพธิสัตว์กวนอิมเศียรม้า (Bato Kannon) นอกจากนี้ ยังมีสุสานไทยูอิน (Taiyuin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประดิษฐานบูชาโชกุนลำดับที่ 3 แห่งตระกูลโทกุงาวะ (Tokugawa) มีไฮไลต์อยู่ที่งานแกะสลักที่ประณีตและเต็มไปด้วยรายละเอียดอันวิจิตร
การเดินทาง: ขึ้นรถบัส Tobu Bus ไปทาง Chuzenji ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จากสถานี JR Nikko Station หรือสถานี Tobu Nikko Station แล้วเดินประมาณ 5 นาที
ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซัง (Nikko Futarasan Shrine)
ศาลเจ้าสำคัญของนิกโก้ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดรินโนจิโดยใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรให้ความรักสมหวัง ชีวิตคู่มีความสุข หรือขอให้เจอคู่แท้ เอกลักษณ์ของศาลเจ้านี้คือ ป้ายขอพรรูปหัวใจ และต้นไม้คู่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่
การเดินทาง : ขึ้นรถบัสไปทาง Chuzenji Onsen จากสถานี JR Nikko Station หรือสถานี Tobu Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วลงที่ป้ายรถบัส Nishisando Iriguchi จากนั้นเดินประมาณ 10 นาที
อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงที่ร้านสเต็กและปิ้งย่าง เมียวเก็ตสึโบ (Grill&Steak Myogetsubo)
พักอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันที่ร้านสเต็กและปิ้งย้าง เมียวเก็ตสึโบ ร้านนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เดิมเคยเป็นที่พักวัดของวัดรินโนจิ และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ทำให้เป็นร้านที่มีบรรยากาศอบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์ เมนูเด็ดคือสเต็กวากิวโทชิงิ และเมนูหลากหลายที่มียูบะหรือฟองเต้าหู้หนานุ่มรสชาติเยี่ยมให้ลิ้มรส
การเดินทาง : นั่งรถบัสโทบุจากสถานีโทบุนิกโก้ลงที่ป้าย Shinkyo แล้วเดินประมาณ 3 นาที
เก็บสตอเบอร์รี่และถ่ายรูปสวยๆในสวนดอกไม้ที่สวนดอกไม้นิกโก้ฮานะอิจิมอนเมะ (Nikko Hanaichimonme)
หลังจากอิ่มท้องแล้ว ขับรถต่อประมาณ 30 นาทีไปยัง สวนดอกไม้นิกโก้ ฮานะอิจิมอนเมะ สวนสตรอว์เบอร์รี่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวลิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่หวานหอมตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนมิถุนายน
ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสวนบีโกเนียที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโตตอนเหนือ แม้ในช่วงฤดูหนาวก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมเก็บภาพสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกและสดชื่นได้ตลอดปี
นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมีโซนสวนสัตว์ขนาดเล็ก ให้ได้ชมความน่ารักของสัตว์หลากหลายชนิด เช่น กระต่ายและนกสายพันธุ์ต่าง ๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยวทั้งแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก
การเดินทาง : นั่งรถบัสจากสถานี Kinugawa Onsen ประมาณ 15 นาทีลงที่ป้าย Hanaichimonme ก็ถึงทันที หรือเดินจากสถานี Kosagoe ใช้เวลาประมาณ 15 นาที หรือนั่งแท็กซี่จากสถานี Kinugawa Onsen ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
พักผ่อนที่ โรงแรมคินุกาวะพาร์คโฮเทล (Kinugawa Park Hotels) พร้อมออนเซ็นและมื้อเย็น
ปิดท้ายวันด้วยการเข้าพักที่คินุกาวะพาร์คโฮเทลโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติซึ่งโรงแรมตั้งอยู่ในย่านคินุกาวะ (Kinugawa) แหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ริมหุบเขาแม่น้ำคินุกาวะ ในจังหวัดโทชิงิ ภายในอาคารสามารถแช่ออนเซ็นหลากหลายประเภทได้ เช่น บ่อน้ำสไตล์เอโดะที่ให้บรรยากาศเหมือนเวทีละครโน (Noh) หรือคาบุกิ (Kabuki) และบ่อจำลองเรือยากาตะบุเนะ (Yakatabune) ทำให้ผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับการแช่น้ำ นอกจากนี้ยังมีห้องพักพร้อมออนเซ็นส่วนตัวกลางแจ้งอีกด้วย ก่อนเต็มอิ่มกับอาหารค่ำที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่ Kinugawa Onsen แล้วเดินประมาณ 5 นาที
Day 3 : ปิดทริปวันสุดท้ายที่สนุกครบทุกรสชาติ ทั้งพิพิธภัณฑ์ใต้ดินและป่าไผ่ที่ใหญ่ที่สุด แล้วช็อปจุใจที่เอ้าท์เลท ก่อนปิดท้ายด้วยงานไฟประดับสวยระดับประเทศ
สำรวจโลกใต้ดินที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอยะ (Oya History Museum)
เริ่มวันสุดท้ายของทริปด้วย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอยะ สถานที่ลับใต้ดินที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ที่นี่เป็นแหล่งหินโอยะ หินภูเขาไฟท้องถิ่นที่พบมากในเขตโอยะ เมืองอุซึโนะมิยะ (Utsunomiya) จังหวัดโทชิงิ มีลักษณะเนื้อเบา สีเทา-เขียวอ่อน แกะสลักง่ายแต่ทนทาน จึงถูกนำมาใช้ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นโถงหินขนาดใหญ่ที่ถูกขุดโดยใช้เวลาประมาณ 70 ปี บรรยากาศใต้ดินที่เย็น ผสานกับแสงไฟสลัว ทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลก RPG หรือโลกแฟนตาซี เป็นจุดถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใครและมอบประสบการณ์แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานหรือนิทรรศการสำคัญ รวมถึงสถานที่ถ่ายทำโฆษณาและงานต่างๆที่มีชื่อเสียงอีกด้วย
(※ปกติจะไม่สามารถเข้าชมบริเวณที่ใช้จัดงานแต่งงานได้)
นอกจากนี้ยังมี ร็อคไซด์มาร์เก็ต (ROCKSIDE MARKET) ร้านค้าและคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์ บรรยากาศเรียบ เท่ กลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆ สามารถแวะพักดื่มกาแฟ ถ่ายรูป และเลือกซื้อของฝากที่ทำจากหินโอยะเป็นที่ระลึกกลับบ้านได้ด้วย
การเดินทาง : จากสถานี JR Utsunomiya ทางออกทิศตะวันตก นั่งรถบัสไป Oya / Tategami ประมาณ 30 นาที แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือจากสถานี Tobu Utsunomiya นั่งรถบัสที่ไป Oya / Tateiwa ประมาณ 20 นาที ลงที่ป้ายทางเข้า Shiryokan Mae Iriguchi แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เดินเล่นและชิมชาเขียวกลางป่าไม้ไผ่ที่ป่าไผ่ วาคายามะฟาร์ม (Wakayama Farm Bamboo Forest)
ต่อด้วยการเดินชมป่าไผ่วาคายามะฟาร์มก้าวเข้าสู่โลกที่โอบล้อมด้วยป่าไผ่ขนาดใหญ่กว่า 21 เฮกตาร์ ซึ่งมีประวัติยาวนานมากกว่า 100 ปี บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และโฆษณาหลายเรื่อง เช่น เคนชิน ซามูไร X (Rurouni Kenshin)
ระหว่างเดินเล่นชิลๆ ชมวิวเขียวของต้นไผ่และถ่ายรูปมุมสวยก็แวะจิบชาเขียวมัทฉะที่เป็นเมนูพิเศษเสิร์ฟในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก่อนที่จะทานมื้อกลางวันที่ร้านคาเฟ่ของฟาร์มที่มีเมนูโดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและได้ชาร์จพลังอีกครั้ง
การเดินทาง : จากสถานี JR Utsunomiya ขึ้นรถบัสสาย Kanto Bus ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ลงที่ป้าย Wakatake no Mori Wakayama Nojo จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที หรือนั่งรถแท็กซี่จากสถานี JR Utsunomiya ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ช็อปปิ้งเต็มอิ่มที่ซาโนะพรีเมี่ยมเอ้าท์เลท(Sano Premium Outlets®)
佐野プレミアム・アウトレット (Sano Premium Outlets®) でショッピングを満喫しよう
หลังจากอิ่มท้อง ขับรถต่อไปยังห้างเอ้าท์เลทขนาดใหญ่ บรรยากาศอาคารที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาโดยมีภูเขามิคาโมะ (Mikamo-yama) ทางฝั่งตะวันออกเป็นฉากหลัง มีแบรนด์ญี่ปุ่นและต่างประเทศรวมกว่า 180 แบรนด์ให้เลือกช็อปในราคาพิเศษ เหมาะกับนักช็อปไทยที่อยากซื้อของฝาก ของใช้ หรือของแบรนด์เนม และยังมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ให้พักระหว่างช็อป
การเดินทาง : จากสถานี JR/Tobu Sano ไปยัง Sano Premium Outlets สามารถใช้บริการรถบัสสายประจำทางใช้เวลาประมาณ 20 นาทีหรือแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ปิดทริปด้วยวิวไฟประดับสุดอลังการและน่าประทับใจที่สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park)
ปิดทริปด้วยความมหัศจรรย์ของที่สวนดอกไม้อาชิคางะสวนดอกฟุจิหรือวิสทีเรียอันโด่งดังของญี่ปุ่น มีต้นวิสทีเรียต้นหนึ่งในสวนที่มีอายุมากกว่า 160 ปี
ยามค่ำคืนในทุกฤดูหนาวจะมีงานไฟประดับที่ส่องสว่างอย่างสวยงามตระการตาท่ามกลางสวนดอกไม้และต้นไม้ใหญ่นานาชนิด แสงไฟหลากสีสะท้อนกับธรรมชาติรอบตัว สร้างบรรยากาศโรแมนติก อบอุ่น และชวนให้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน เป็นภาพความทรงจำแสนประทับใจที่ช่วยเติมเต็มวันสุดท้ายของทริปโทชิงิ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาการจัดแสดงไฟประดับ : กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Ryomo ลงสถานี Ashikaga Flower Park แล้วเดินประมาณ 3 นาที
เคล็ดลับ:
* แนะนำ NIKKO PASS all area ที่ครอบคลุมรถไฟและรถบัสแบบไม่จำกัด ภายในพื้นที่นิกโก้และคินุกาวะออนเซ็น (รวมถึงรอบทะเลสาบ Chuzenji และ Okunikko ฯลฯ) ภายใน 4 วัน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้พาส หรือบัตร NIKKO PASS World Heritage Area ที่มีระยะเวลาการใช้งาน 2 วันติดต่อกัน เหมาะสำหรับแผนเที่ยวแบบสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปเช้า‑เย็นกลับหรือค้าง 1 คืน สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยว ศาลเจ้าและวัดมรดกโลก ของนิกโก้ให้เต็มที่ รวมถึงแหล่งคินุกาวะออนเซ็น เช็ครายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Tobu Railway
* นอกจากกิจกรรมเดินลุยหิมะแล้วควรใส่เสื้อผ้าให้หนาโดยเฉพาะวันที่ไปชมไฟประดับที่ Ashikaga Flower Park เพราะช่วงกลางคืนอุณหภูมิจะลดลงอาจมีลมแรงทำให้รู้สึกหนาวยิ่งขึ้น
Visit Tochigi
https://www.visit-tochigi.com/th/